นโยบายความเป็นส่วนตัว
ปรับปรุงล่าสุด: 1 กันยายน 2569
สปีช สเปซ คลินิก (“คลินิก”, “เรา” หรือ “ของเรา”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการ ผู้ปกครอง ผู้ดูแล ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ และผู้ที่ติดต่อกับคลินิก
นโยบายฉบับนี้อธิบายวิธีที่คลินิกเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย จัดเก็บ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
สปีช สเปซ คลินิก
คลินิกฝึกพูดและการสื่อสาร โดยนักแก้ไขการพูดเฉพาะทาง
ที่อยู่: เลขที่ 832/1 ซอยพหลโยธิน 32 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
อีเมล: speechspace.official@gmail.com
โทรศัพท์: 064-471-5474
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราอาจเก็บรวบรวม
ข้อมูลที่คลินิกอาจเก็บรวบรวมประกอบด้วย
2.1 ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลติดต่อ
-
ชื่อและนามสกุล
-
อายุและวันเดือนปีเกิด
-
หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล
-
ที่อยู่
-
ชื่อบัญชีหรือข้อมูลที่ใช้ติดต่อผ่าน LINE, Facebook Messenger หรือช่องทางออนไลน์อื่น
-
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครอง ผู้ดูแล และผู้รับบริการ
-
วันและเวลาที่ต้องการนัดหมาย
-
ข้อมูลการติดต่อและประวัติการสนทนากับคลินิก
2.2 ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลที่มีความอ่อนไหว
เพื่อการประเมินและให้บริการ คลินิกอาจจำเป็นต้องเก็บข้อมูล เช่น
-
ประวัติสุขภาพ พัฒนาการ การพูด เสียง ภาษา การได้ยิน และการสื่อสาร
-
ประวัติการตรวจ การวินิจฉัย การรักษา หรือการบำบัด
-
ข้อมูลเกี่ยวกับความพิการหรือความต้องการเฉพาะ
-
ผลการประเมิน บันทึกการให้บริการ และแผนการบำบัด
-
เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เสียงที่เกี่ยวข้องกับการประเมินหรือการติดตามผล เมื่อได้รับอนุญาตหรือมีกฎหมายรองรับ
ข้อมูลสุขภาพและข้อมูลความพิการถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว คลินิกจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ภายใต้หน้าที่รักษาความลับของผู้ประกอบวิชาชีพ และตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งเมื่อกฎหมายกำหนด
2.3 ข้อมูลจากการใช้งานเว็บไซต์
เมื่อเข้าใช้งานเว็บไซต์ คลินิกอาจได้รับข้อมูลทางเทคนิค เช่น
-
หมายเลข IP
-
ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และเว็บเบราว์เซอร์
-
วันที่ เวลา และระยะเวลาในการเข้าชม
-
หน้าที่เข้าชมและการใช้งานเว็บไซต์
-
แหล่งที่มาของการเข้าชม
-
การคลิกปุ่มติดต่อ LINE หมายเลขโทรศัพท์ หรือ Facebook Messenger
ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกเก็บผ่านคุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
3. แหล่งที่มาของข้อมูล
คลินิกอาจได้รับข้อมูลจาก
-
เจ้าของข้อมูลโดยตรง
-
ผู้ปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ดูแล
-
บุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล โรงเรียน หรือผู้เชี่ยวชาญอื่น เมื่อมีสิทธิหรือได้รับอนุญาตให้เปิดเผย
-
การติดต่อผ่านเว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล LINE หรือ Facebook Messenger
-
ระบบวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และผู้ให้บริการทางเทคนิค
4. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
คลินิกอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ
-
ตอบข้อสอบถามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการ
-
นัดหมาย ยืนยัน เลื่อน หรือยกเลิกการนัดหมาย
-
ตรวจสอบตัวตนและข้อมูลของผู้รับบริการ
-
ประเมิน วางแผน ให้บริการ และติดตามผลด้านการพูด เสียง ภาษา และการสื่อสาร
-
ติดต่อผู้รับบริการ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเกี่ยวกับการให้บริการ
-
จัดทำและเก็บรักษาบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
-
รับชำระเงิน ออกใบเสร็จ และดำเนินงานด้านบัญชีหรือภาษี
-
ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือข้อกำหนดของผู้ประกอบวิชาชีพ
-
ป้องกัน ตรวจสอบ และจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหรือการใช้บริการโดยมิชอบ
-
วิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์ เนื้อหา และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
-
จัดทำสถิติในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
คลินิกจะไม่นำข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลของเด็กไปใช้เพื่อการโฆษณาแบบเจาะจงรายบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมที่เหมาะสม
5. ฐานทางกฎหมาย
คลินิกอาจประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ได้แก่
-
ความยินยอม หรือความยินยอมโดยชัดแจ้งสำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เมื่อกฎหมายกำหนด
-
ความจำเป็นเพื่อดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการ
-
ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย
-
ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของคลินิก โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
-
ความจำเป็นในการประเมิน ให้บริการ หรือดูแลด้านสุขภาพโดยผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งมีหน้าที่รักษาความลับ
-
ฐานทางกฎหมายอื่นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต
ในกรณีที่คลินิกอาศัยความยินยอม เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมได้ โดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอนความยินยอม
6. ข้อมูลของเด็กและผู้เยาว์
บริการของคลินิกอาจเกี่ยวข้องกับเด็กและผู้เยาว์ คลินิกจะเก็บและใช้ข้อมูลของเด็กเท่าที่จำเป็นต่อการประเมิน การให้บริการ และการติดตามผล
คลินิกอาจขอความยินยอมหรือการดำเนินการจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ดูแล ตามอายุ ความสามารถ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลสุขภาพของเด็กผ่านช่องทางสาธารณะหรือช่องทางที่ไม่จำเป็น
7. การใช้ Google Analytics และคุกกี้
เว็บไซต์ใช้ Google Analytics 4 เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ข้อมูลที่เก็บอาจรวมถึงข้อมูลอุปกรณ์ หน้าที่เข้าชม แหล่งที่มาของการเข้าชม และการกระทำบนเว็บไซต์
เว็บไซต์อาจบันทึกเหตุการณ์เมื่อผู้ใช้งานคลิกปุ่ม LINE ปุ่มโทรศัพท์ หรือปุ่ม Facebook Messenger โดยคลินิกได้ตั้งค่าไม่ให้ส่งหมายเลขโทรศัพท์ LINE ID หรือ Facebook ID ไปยัง Google Analytics ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว
Google อาจประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลบนระบบที่อยู่นอกประเทศไทย โดยเป็นไปตามข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google
ผู้ใช้งานสามารถควบคุมหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ได้ อย่างไรก็ตาม การปิดคุกกี้บางประเภทอาจกระทบต่อการทำงานหรือการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์
8. การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
คลินิกอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นแก่
-
นักแก้ไขการพูด บุคลากร หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
-
ผู้ให้บริการเว็บไซต์ โฮสติ้ง ระบบอีเมล ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี
-
ผู้ให้บริการ LINE, Meta/Facebook และ Google เมื่อผู้ใช้งานติดต่อหรือใช้บริการผ่านช่องทางดังกล่าว
-
ผู้ให้บริการบัญชี การชำระเงิน กฎหมาย หรือการตรวจสอบ
-
หน่วยงานของรัฐ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด
-
บุคคลอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือมีฐานทางกฎหมายรองรับ
คลินิกจะกำหนดให้ผู้รับข้อมูลรักษาความลับและใช้ข้อมูลเฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต
9. การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ
ผู้ให้บริการบางราย เช่น Google, LINE และ Meta อาจประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลในต่างประเทศ คลินิกจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลเป็นไปตามกฎหมาย และใช้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเท่าที่สามารถดำเนินการได้
10. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล
คลินิกจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และตามระยะเวลาที่กฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ การบัญชี ภาษี หรือการจัดการข้อเรียกร้องกำหนด
เมื่อหมดความจำเป็น คลินิกจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่มีเหตุผลตามกฎหมายให้ต้องเก็บรักษาต่อไป
11. มาตรการรักษาความปลอดภัย
คลินิกใช้มาตรการทางกายภาพ ทางองค์กร และทางเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อป้องกันข้อมูลจากการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การแก้ไข หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต
การส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ทั้งหมด ผู้ใช้งานจึงควรหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลสุขภาพที่ไม่จำเป็นผ่านช่องทางสาธารณะ
12. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย เจ้าของข้อมูลอาจมีสิทธิ
-
ขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
-
ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
-
ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคล
-
ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
-
คัดค้านการประมวลผลข้อมูล
-
ขอรับหรือโอนข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
-
ถอนความยินยอม
-
ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คลินิกอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ และอาจปฏิเสธคำขอในกรณีที่กฎหมายอนุญาต
13. เว็บไซต์และบริการของบุคคลภายนอก
เว็บไซต์อาจมีลิงก์ไปยังบริการของบุคคลภายนอก เช่น Google Maps, LINE, Facebook และเว็บไซต์อื่น การเก็บและใช้ข้อมูลของบริการเหล่านั้นอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการแต่ละราย ซึ่งคลินิกไม่สามารถควบคุมได้
14. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
คลินิกอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการ เทคโนโลยี หรือกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง โดยจะแสดงวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้ที่ด้านบนของหน้านี้
15. ช่องทางติดต่อ
หากมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือต้องการใช้สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล กรุณาติดต่อ
สปีช สเปซ คลินิก
ที่อยู่: เลขที่ 832/1 ซอยพหลโยธิน 32 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
อีเมล: speechspace.official@gmail.com
โทรศัพท์: 064-471-5474